สรุป 6 ข้อ นำเข้า ส่งออก ปี 2563 ลุ้นส่งออกปี 2564 โต 4%

ใน ข้อมูลตลาด
สรุป 6 ข้อ นำเข้า ส่งออก ปี 2563
ลุ้นส่งออกปี 2564 โต 4%

การส่งออกไทยยังมีหวัง ส่งสัญญานฟื้นตัว กลับมาเป็นบวกในรอบ 8 เดือน โดยขยายตัวเทียบปีที่แล้ว 4.7% และยังนับว่าเป็นอัตราเติบโตสูงสุดในรอบ 22 เดือน อีกด้วย!

บทความนี้เราลองไปอ่าน สรุปประเด็นสำคัญ 6 ข้อ สำหรับการนำเข้า ส่งออก ในปีที่ผ่านมา

และลองไปดูกันว่า ส่งออก ปีนี้ จะพลิกกลับมาเป็นบวกได้มากน้อยแค่ไหน

หากพร้อมแล้ว เราไปติดตามกันเลย

=========================

นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม

"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"

=========================

1) การส่งออก ทั้งปี 2563 หดตัว 6% แต่หากไม่รวม ทองคำและการส่งออกอาวุธกลับสหรัฐฯ จะหดตัวสูงถึง 8.4% เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม เดือน ธันวาคมที่ผ่านมา ก็มีสัญญานบวก โดยส่งออกพลิกกลับมาโตได้ที่ 4.7%

.

หากจะให้ส่งออกกลับมาเท่าเดิมก่อนโควิด ปีนี้เรา ต้องโตเทียบกับปีที่แล้ว 6.3% ซึ่งดูจากการคาดการณ์ของทาง SCBEIC การส่งออกปี 2564 น่าจะโตได้ที่ 4.0% ส่วนทางศูนย์วิจัยกสิกร มองส่งออกโตน้อยกว่า อยู่ที่ 3.0%

2) สินค้าส่งออก ที่ยังขยายตัวได้ในปี 2563 แม้จะมีโควิด ก็ได้แก่ สินค้าผลิตภัณฑ์ยาง และสินค้าชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ ที่ขยายตัว 7.8% และ 2.3% ตามลำดับ

.

สินค้ากลุ่มที่หดตัว (ติดลบ) มากที่สุด สามลำดับแรกได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป (-26.9%), รถยนต์และส่วนประกอบ (-22.2%) และ เครื่องจักรกล (-11%)

.

หากดูเฉพาะเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา มีสินค้า ที่เติบโตสูงขึ้นที่น่าสนใจได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง (15.7%), คอมพิวเตอร์ (15.1%), เครื่องใช้ไฟฟ้า (13.2%), สินค้าเกษตร (10.7%), เคมีภัณฑ์และพลาสติก (9.5%), เครื่องจักรกล (8.6%)

3) สำหรับประเทศ ที่เป็นตลาดส่งออก ที่สำคัญของไทย ภาพรวมทั้งปี 2563 มีเพียง 2 กลุ่มตลาดเดียวที่เติบโตก็คือ สหรัฐฯ เติบโตสูงถึง 12.8% และ จีนที่เติบโต 2.0%
.

ส่วนตลาดหลักอื่นๆ ของไทย บางตลาดหดตัวอย่างรุนแรง เช่น ตลาด อาเซียน 5 ประเทศ หดตัวถึง 12.2%, CLMV หดตัว 11.1% และญี่ปุ่น หดตัว 6.7%

.

ส่วนเดือน ธันวาคม มีหลายตลาดที่เติบโต ได้แก่ สหรัฐ (15.7%), ออสเตรเลีย (15.3%), ญี่ปุ่น (14.8%), อินเดีย (14.5%), จีน (7.2%) แต่ตลาดเพื่อนบ้านอย่าง CLMV กลับติดลบ 6.3% ส่วนหนึ่งจากมาตรการควบคุมโควิด-19 บริเวณชายแดน

4) การนำเข้า ทั้งปี 2563 หดตัวถึง 12.39% ทำให้ดุลการค้าของไทยปีนี้เป็นบวกอยู่ที่ประมาณ 7.5 แสนล้านบาท แต่หากถามว่าดุลการค้าเป็นบวกแบบนี้ดีไหม ก็ต้องบอกว่าไม่ค่อยดี คือการนำเข้าโดยเฉพาะปัจจัยการผลิตลดลงอย่างมาก สินค้าทุน หดตัว 9.3%, สินค้าวัตถุดิบ หดตัว 9.9%

.

หากดูเฉพาะเดือน ธันวาคม ปีที่ผ่านมาก็พบว่า การนำเข้ากลับมาขยายตัว ที่ 3.6%

.

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา ดัชนีผู้จัดการผ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (Manufacturing PMI) ของไทย ก็กลับมายืนเหนือตัวเลข 50 สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 แล้ว แต่หากเทียบตัวเลขนี้กับประเทศในเอเชีย ก็ต้องบอกว่าของไทยยังตามหลังเขาอยู่

5) สินค้านำเข้า ที่ยังขยายตัวได้ในปี 2563 แม้จะมีโควิด ได้แก่ ผักผลไม้, แผงวงจรไฟฟ้า, ส่วนประกอบและอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ ที่ขยายตัว 11.4%, 8.2%, และ 1.7% ตามลำดับ

.

สินค้ากลุ่มที่หดตัว (ติดลบ) มากที่สุด สามลำดับแรกได้แก่ รถยนต์โดยสารและรถบรรทุก (-33.1%), เครื่องประดับ (-32.1%), รถยนต์นั่ง (-31.9%), และ เหล็ก/เหล็กกล้า (-20.8%)

.

หากดูเฉพาะเดือน ธันวาคมที่ผ่านมา มีสินค้า ที่เติบโตสูงขึ้นที่น่าสนใจได้แก่  เคมีภัณฑ์ (27.4%), เครื่องคอมพิวเตอร์ (25.9%), ส่วนประกอบและอุปกรณ์ รถจักรยานยนต์ (22.2%), ผักและผลไม้ (19.8%), เหล็ก/เหล็กกล้า (18.2%), สินแร่ (17.1%)

6) สำหรับแหล่งนำเข้าที่สำคัญของไทย ได้แก่ จีน (24.9%), ญี่ปุ่น (14.9%), สหรัฐอเมริกา (5.6%), มาเลเซีย (5.4%), เกาหลีใต้ (3.8%) และประเทศอื่นๆ (45.5%)

สำหรับปี 2564 เราก็ยังต้องลุ้นกันว่า ส่งออกปี 2564 จะกลับมาเติบโตได้หรือไม่ มีปัจจัยสำคัญอะไรบ้าง?

ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในปี 2564 นี้ มี 4 ข้อ ได้แก่

หนึ่ง การขาดแคลนของตู้คอนเทนเนอร์ ยังคงกดดันการส่งออกในไตรมาสแรก ผู้ประกอบการสามารถติดตามดัชนีค่าระวางเรืออย่าง SCFI ได้ในเบื้องต้น และทางแอดมินจะทำการอัพเดต ให้เป็นระยะๆ

สอง การฉีดวัคซีน ในประเทศต่างๆ รวมไปถึงของไทยเองด้วย

สาม นโยบายการค้าระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความคืบหน้าการเก็บภาษีทุ่มตลาด หรือ Anti Dumping โดยสินค้ายางรถยนต์ไทย มีแนวโน้มถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 13.25-22.1%

สี่ เรากำลังได้เห็นการเติบโต หรือหดตัวทางเศรษฐกิจ แยกตามกลุ่มธุรกิจ (หรืออาจแยกตามชนชั้นด้วย!) แบบที่นักวิเคราะห์ให้ชื่อว่าการเติบโตแบบ K-Shape

ซึ่งไว้บทความต่อไป แอดมินจะมาสรุป K-Shape Recovery ให้ฟังแบบง่ายๆ กดติดตาม หรือลงทะเบียนรับข่าวสารกันไว้ได้เลย

http://bit.ly/368GR84

--------------------------------

ส่งท้าย สำหรับผู้นำเข้า ส่งออก ที่กำลังมองหาวิธีการลดต้นทุนขนส่ง สามารถทดลองใช้เทคโนโลยีดีๆ จากสตาร์ทอัพไทยอย่าง “ZUPPORTS”

.

สนใจลงทะเบียนรับสิทธิทดลองใช้ฟรี ได้แล้ววันนี้ ที่  https://zupports.co/register/

--------------------------------

หากไม่อยากพลาดความรู้ ข่าวสาร ดีๆ กดไลค์เพจ และกด Favorites ในเฟสบุ๊ก กันไว้เลย

.

และหากบทความมีประโยชน์ ก็กดไลค์โพสและแชร์ให้เพื่อนๆ กัน ได้เลยจ้า

=========================

นำเข้า "ความรู้" ส่งออก "ความคิด" ติดตาม

"นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า"

=========================

(ad) พิเศษ! ZUPPORTS บริการดีๆ สำหรับผู้นำเข้าส่งออก ช่วยบริหารจัดการ ขนส่งระหว่างประเทศเปรียบเทียบราคา และจองขนส่งทั้งทางทะเล อากาศ และทางบก ได้ง่ายๆ ผ่านช่องทางออนไลน์

.

ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษและข่าวสถานการณ์การค้าโลก ได้แล้ววันนี้ที่  https://zupports.co/register/

--------------------------------

ที่มา:

http://www.tpso.moc.go.th/th/node/10905?fbclid=IwAR30vBpn-9-14XZqrWJtKRZ7JwA2QNuC1BB-pVKbrt8gDliAn182OgwwdJk

https://www.scbeic.com/th/home

ขอบคุณทาง #SCBEIC สำหรับข้อมูลดีๆ ด้วย

--------------------------------

❤️ อ่านบทความ ของ “นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า” ได้ที่

https://www.zupports.co/author/zupports/

นำเข้าส่งออก สุดขอบฟ้า marketplace: ซื้อ-ขาย สินค้าทั้งในและต่างประเทศ ร่วมกลุ่มได้เลยที่

https://www.facebook.com/groups/573677150199055/

#นำเข้าส่งออกสุดขอบฟ้า#นำเข้า #ส่งออก

#ZUPPORTS

#ข้อมูลตลาด

ถนนปูนซิเมนต์ไทย บางซื่อ, กรุงเทพฯ 10800

ช่องทางติดต่อ
ติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับการนำเข้า - ส่งออก